#พรีวงเงิน

พรีวงเงินกู้บ้านคืออะไร? ทำไมเราถึงควรรู้ผลก่อนเลือกบ้านหลังที่ใช่

พรีวงเงินกู้บ้านคือการประเมินความสามารถในการกู้เบื้องต้นจากธนาคาร ช่วยให้รู้กรอบงบประมาณที่แท้จริง ป้องกันการเสียเงินจองฟรี และเจอบ้านที่ใช่ในงบที่ไหว

พรีวงเงินกู้บ้านคืออะไร? ทำไมเราถึงควรรู้ผลก่อนเลือกบ้านหลังที่ใช่

หลายครั้งที่เรามักจะเห็นคนเดินเข้าไปดูโครงการบ้าน ตกหลุมรักบ้านตัวอย่างที่ตกแต่งอย่างสวยงาม และตัดสินใจวางเงินจองหลักหมื่นไปจนถึงหลักแสนด้วยความรู้สึกที่ว่า “ฉันต้องได้บ้านหลังนี้” แต่พอถึงเวลาที่ต้องยื่นกู้ธนาคารจริงๆ ผลปรากฏว่ากู้ไม่ผ่าน หรือได้วงเงินไม่ถึงตามราคาบ้าน สิ่งที่ตามมาไม่ใช่แค่ความผิดหวังที่ไม่ได้บ้านในฝันนะคะ แต่ยังหมายถึงการต้องมานั่งปวดหัวกับการขอคืนเงินจอง ซึ่งบางกรณีก็ยึดเงินจองไปเลยฟรีๆ

ในยุคที่เศรษฐกิจมีความผันผวนและเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อของธนาคารมีความเข้มงวดมากขึ้น การเดินเข้าไปหาบ้านโดยไม่รู้ “ความสามารถในการกู้ของตัวเอง” จึงเปรียบเสมือนการเดินเข้าห้างสรรพสินค้าโดยไม่รู้ว่ามีเงินในกระเป๋าเท่าไหร่ นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมขั้นตอนที่เรียกว่า "การพรีวงเงินกู้บ้าน" (Pre-Approve) ถึงมีความสำคัญระดับต้นๆ ที่คนอยากมีบ้านทุกคนต้องทำความเข้าใจค่ะ

 

การพรีวงเงินกู้บ้าน (Pre-Approve) คืออะไรกันแน่?

พูดให้เข้าใจง่ายที่สุด การพรีวงเงินกู้บ้าน คือการให้ธนาคารช่วยประเมินสุขภาพทางการเงินของเราล่วงหน้า ว่าด้วยฐานรายได้ ภาระหนี้สินที่มีอยู่ และประวัติเครดิตของเราในปัจจุบัน ธนาคารจะสามารถปล่อยกู้ให้เราได้ในวงเงินสูงสุดประมาณเท่าไหร่ โดยที่ยังไม่ต้องมีการทำสัญญาซื้อขายหรือจดจำนองจริงๆ

กระบวนการนี้ธนาคารจะพิจารณาจากข้อมูลหลักๆ 3 ส่วน ได้แก่

  1. รายได้ที่แน่นอน: เงินเดือนประจำ โบนัส หรือรายได้อื่นๆ ที่สามารถพิสูจน์ที่มาที่ไปได้ชัดเจน
  2. ภาระหนี้สินในปัจจุบัน: ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต หนี้สินเชื่อส่วนบุคคล หนี้ผ่อนรถ หรือแม้แต่หนี้กยศ. (ข้อมูลเหล่านี้จะถูกดึงมาจากเครดิตบูโร)
  3. พฤติกรรมการชำระหนี้: จ่ายตรงเวลาไหม มีประวัติค้างชำระหรือติดแบล็กลิสต์หรือเปล่า

เมื่อนำข้อมูลทั้ง 3 ส่วนนี้มาคำนวณผ่านเกณฑ์ DSR (Debt Service Ratio) หรือสัดส่วนภาระหนี้ต่อรายได้ ธนาคารก็จะสามารถให้คำตอบคร่าวๆ ได้ว่า เรามีสิทธิ์จะกู้ผ่านที่วงเงินเท่าไหร่ค่ะ

 

ทำไมการรู้วงเงินในกระเป๋า ถึงสำคัญกว่าการรีบจองบ้าน?

การรู้ผลพรีวงเงินก่อนลงสนามไปเลือกบ้านจริงๆ มอบคุณประโยชน์ให้กับผู้ซื้อในหลายมิติ ซึ่งจากประสบการณ์ที่คลุกคลีกับการขอสินเชื่อมานาน นี่คือเหตุผลสำคัญที่คุณไม่ควรมองข้ามค่ะ

1. ป้องกันการสูญเสียเงินจองและเงินดาวน์ฟรีๆ

นี่คือเรื่องที่น่าเจ็บปวดที่สุดของคนซื้อบ้านค่ะ โครงการบ้านหลายแห่งมีเงื่อนไขระบุไว้ชัดเจนในสัญญาจองว่า หากยื่นกู้ไม่ผ่าน จะไม่คืนเงินจอง หรืออาจคืนให้แค่บางส่วน การที่เราพรีวงเงินจนรู้ลิมิตของตัวเองก่อน ย่อมเป็นการปิดประตูความเสี่ยงข้อนี้ไปได้เลย เราจะกล้าวางเงินจองก็ต่อเมื่อมั่นใจแล้วว่าวงเงินที่เราได้นั้นครอบคลุมราคาบ้านแน่นอน

2. ตีวงแคบในการค้นหา ช่วยประหยัดเวลาและพลังงาน

ลองจินตนาการดูนะคะว่า ถ้าเราตั้งสเปกบ้านไว้ที่ราคา 7 ล้านบาท ตระเวนดูบ้านไป 10 โครงการ ใช้เวลาช่วงวันหยุดไปเป็นเดือนๆ แต่พอไปเช็กพรีวงเงินกลับพบว่าตัวเองกู้ได้สูงสุดแค่ 4 ล้านบาท เวลาและพลังงานที่เสียไปทั้งหมดคือสูญเปล่า การรู้ผลพรีวงเงินจะช่วยสโคปเป้าหมายให้ชัดเจนขึ้น ทำให้เราโฟกัสเฉพาะโครงการที่อยู่ในงบประมาณ เราจะได้พิจารณาเปรียบเทียบทำเล ฟังก์ชัน และวัสดุ ของบ้านในระดับราคาที่เราจับต้องได้จริงๆ

3. เพิ่มอำนาจในการต่อรอง (Negotiation Power)

ในมุมมองของเซลส์ขายบ้านหรือผู้ขายบ้านมือสอง ลูกค้าที่ผ่านการพรีวงเงินมาแล้วคือ "ผู้ซื้อตัวจริง (Serious Buyer)" ที่มีเงินพร้อมจ่าย ไม่ใช่แค่คนที่มาเดินดูเล่นๆ เมื่อคุณแสดงให้ผู้ขายเห็นว่าคุณมีความพร้อมทางการเงิน การต่อรองขอของแถม ส่วนลดเงินสด หรือขอให้ผู้ขายช่วยออกค่าธรรมเนียมการโอน จะทำได้ง่ายและมีน้ำหนักมากขึ้นเยอะค่ะ

4. วางแผนเงินก้อนสำหรับ "ส่วนต่าง" ได้ทันท่วงที

ในบางกรณี วงเงินที่ธนาคารอนุมัติอาจจะได้ไม่เต็ม 100% ของราคาบ้าน (เช่น ตามมาตรการ LTV หรือ Loan-to-Value) หากราคาบ้าน 5 ล้านบาท แต่ธนาคารพรีวงเงินให้ที่ 4.5 ล้านบาท คุณจะรู้ตัวล่วงหน้าทันทีว่าต้องเตรียมเงินสดอีก 5 แสนบาทเพื่อมาโปะส่วนต่าง การรู้ตัวแต่เนิ่นๆ จะทำให้คุณมีเวลาจัดการสภาพคล่องของตัวเอง ไม่ต้องไปวิ่งเต้นกู้หนี้นอกระบบหรือกดบัตรเงินสดในนาทีสุดท้ายซึ่งจะทำให้ดอกเบี้ยบานตะไทค่ะ

 

 

เตรียมตัวพรีวงเงินอย่างไร ให้ผ่านฉลุยและได้วงเงินเต็มแม็กซ์?

เมื่อเห็นความสำคัญของการพรีวงเงินแล้ว สเต็ปต่อไปคือการเตรียมตัวค่ะ การพรีวงเงินไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่ต้องอาศัยการเตรียมความพร้อมทางเอกสารและวินัยทางการเงิน ดังนี้ค่ะ

  • เตรียมเอกสารรายได้ให้เป๊ะ
    สลิปเงินเดือนย้อนหลัง 3-6 เดือน, Statement บัญชีที่เงินเดือนเข้าย้อนหลัง 6 เดือน, หนังสือรับรองเงินเดือน และเอกสารการเสียภาษี (ภ.ง.ด. 90/91) หากมีรายได้เสริมอื่นๆ ก็ต้องเตรียมหลักฐานที่ชัดเจนมาแสดงด้วย

  • เคลียร์หนี้ก้อนเล็กก้อนน้อย
    ก่อนจะยื่นพรีวงเงิน แนะนำให้ปิดยอดหนี้บัตรเครดิต หรือหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลก้อนเล็กๆ ให้หมด หรืออย่างน้อยก็ต้องไม่มียอดค้างชำระ เพราะภาระหนี้เหล่านี้จะไปดึงความสามารถในการกู้บ้านของคุณให้ลดลงฮวบฮาบ

  • งดสร้างหนี้ใหม่เด็ดขาด
    ในช่วง 3-6 เดือนก่อนวางแผนซื้อบ้าน ห้ามรูดบัตรผ่อนของชิ้นใหญ่ ห้ามออกรถใหม่ หรือห้ามเซ็นค้ำประกันให้ใครเด็ดขาด เพราะทุกความเคลื่อนไหวจะถูกบันทึกในเครดิตบูโรและส่งผลต่อวงเงินทันที

  • เดินบัญชีให้สวยงาม
    สำหรับคนทำธุรกิจส่วนตัวหรือฟรีแลนซ์ ควรนำเงินรายได้เข้าบัญชีอย่างสม่ำเสมอ และมีการเสียภาษีอย่างถูกต้อง ธนาคารชอบความสม่ำเสมอและตรวจสอบได้ค่ะ

 

กาตัดสินใจเลือกซื้อบ้าน

การซื้อบ้านคือการสร้างหนี้ก้อนใหญ่ที่สุดและมีระยะเวลายาวนานที่สุดในชีวิตของคนส่วนใหญ่ การตัดสินใจจึงไม่ควรใช้แค่ "อารมณ์" หรือ "ความอยากได้" เพียงอย่างเดียว แต่ต้องใช้ "ตัวเลข" และ "หลักการทางสถิติ" มาช่วยประเมินด้วย

การทำพรีวงเงิน (Pre-Approve) ก็คือเข็มทิศทางการเงินชั้นดีที่จะช่วยนำทางให้คุณเดินเข้าสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ได้อย่างมั่นใจ ไม่ต้องลุ้นระทึกว่าเงินจองจะสูญเปล่า และที่สำคัญที่สุดคือ มันช่วยให้คุณได้เจอกับ "บ้านหลังที่ใช่" ใน "ราคาที่สบายกระเป๋า" ทำให้การผ่อนบ้านในอีก 20-30 ปีข้างหน้า เป็นการสร้างครอบครัวที่มีความสุข ไม่ใช่การสร้างความทุกข์เพราะหนี้สินรัดตัวค่ะ เตรียมตัวให้พร้อม เช็กความสามารถของตัวเองให้ชัวร์ แล้วค่อยก้าวออกไปเลือกบ้านในฝันกันนะคะ

 

ดูบ้านพร้อมอยู่ของนภัทร์
ต้องการคำปรึกษาเรื่องบ้าน ให้ทีมงานติดต่อกลับ